รังสี ฟาร์ อินฟราเรด (Far Infrared Ray) หรือ FIR คือ ?
ฟาร์ อินฟราเรด (Far Infrared) หรือ FIR คือคลื่นแสงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ที่มีอยู่ในแสงแดด ถูกค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ ชื่อ เซอร์วิลเลียม เฮอร์เชลใน ปี ค.ศ.1800 งานวิจัยของเขานำไปสู่การค้นพบว่า ไม่ใช่มีเพียงคลื่นแสงที่มองเห็นที่รู้จักกัน คือ สีแดง สีส้ม สีเหลือง สีเขียว สีฟ้า และสีม่วง แต่ยังมีรังสีที่มองไม่เห็นซึ่งมีชื่อต่อมาว่า อินฟราเรด
รังสีอินฟราเรด มีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 0.75 - 100 μm หรือในช่วงความถี่ 1,011 – 1,014 เฮิร์ตซ์ (Hz) หรืออยู่ในช่วงระหว่างแสงสีแดงกับคลื่นวิทยุ เช่นเดียวกันกับคลื่นไมโครเวฟ โดยคุณสมบัติเด่นเฉพาะตัวของรังสีอินฟราเรด คือ ไม่เบี่ยงเบนในสนามแม่เหล็กไฟฟ้า และหากมีความถี่สูงขึ้น พลังงานก็จะเพิ่มสูงขึ้นด้วย
ช่วงของรังสีอินฟราเรด
- NIR (Near Infrared) รังสีอินฟราเรดย่านใกล้ มีความยาวคลื่นในช่วง 0.75 – 3 μm สามารถให้ใช้งานในช่วง 500 – 2,200 ºC ให้กำลังความร้อนต่อพื้นที่สูง สามารถให้ความร้อนได้สูง ความร้อนผ่านเข้าในเนื้อวัสดุได้ลึก และรวดเร็ว นิยมนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น การอบแห้งผลิตภัณฑ์
- MIR (Middle Infrared) รังสีอินฟราเรดย่านกลาง มีความยาวคลื่นในช่วง 3 – 25 μm สามารถให้อุณหภูมิใช้งานในช่วง 500 – 950ºC สามารถให้ความร้อนได้ปานกลาง และผ่านเข้าไปในเนื้อวัสดุได้ลึกปานกลาง นำไปใช้กับระบบนำวิถี Missile
- FIR (Far Infrared) รังสีอินฟราเรดย่านไกล มีความยาวคลื่นในช่วง 25 – 100 μm สามารถให้ใช้งานในช่วง 300 – 700 ºC ให้ความร้อนต่อหน่วยพื้นที่ได้ต่ำ ความร้อนผ่านเข้าไปในเนื้อวัสดุได้ไม่ลึก เหมาะสำหรับใช้งานประเภทที่ต้องการความร้อนต่ำ และจำกัดบริเวณพื้นผิว จึงนำมาใช้รักษาหรือบำบัดผู้ป่วย
ประมาณ 80% ของพลังงานแสงอาทิตย์ ถูกสร้างขึ้นจาก รังสี ฟาร์ อินฟราเรด ( FIR ) และ 60% ของรังสี ฟาร์ อินฟราเรด ( FIR ) อยู่ระหว่าง ช่วงของ 10 - 20 ไมครอน
รังสี ฟาร์ อินฟราเรดเป็นรังสีที่ทำให้สุขภาพดี ซึ่งมีอยู่ในแสงแดด มันจะตอบสนองกับการสังเคราะห์แสง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้โดยพืชในการผลิตพลังงาน และหากปราศจากมันแล้วอาจจะไม่พบกับสิ่งมีชีวิตอยู่บนโลกนี้
คุณสมบัติของ รังสี ฟาร์ อินฟราเรด :
พวกมันไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
พวกมันสร้างความร้อน เมื่อถูกดูดซับโดยสสารจำนวนมาก
พวกมันสามารถแทรกซึมเข้าไปในวัตถุจำนวนมาก รวมทั้งเนื้อเยื่อของมนุษย์
พวกมันแสดงคุณสมบัติของแสง เช่น การเดินทางเป็นเส้นตรง แต่สามารถหักเหและสะท้อนได้
เนื่องจากปัจจุบันมนุษย์มีความเครียดและมีพิษในร่างกายในระดับสูง ความสามารถตามธรรมชาติของร่างกายในการรักษาตัวเอง มักจะไม่เพียงพอจนเป็นเหตุให้ร่างกายเราเกิดอันตรายได้ คนบางส่วนมีความเครียดและหรือระดับที่ร่างกายเป็นพิษถึงขั้นวิกฤต และเราก็ไม่ได้มีพลังเพียงพอในการล้างพิษหรือซ่อมแซมร่างกายของเราเองได้
ที่มา: https://www.siamchemi.com/